English | Thai

 

ข่าวสาร

23.12.09

 

แบงก์ชาติเยี่ยมมูลนิธิ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย 18 คนได้มาเยี่ยมการเนินงานโครงการธนาคารหมู่บ้านของมูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิต เพื่อมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินโครงการไมโครไฟแนนซ์ในปัจุบัน ซึ่งวันนี้เป็นวันนัดพบสมาชิกประจำเดือนในพื้นที่อำเภอพร้าว ทางเจ้าหน้าที่แบก์ชาติได้มีโอกาสสอบถามสมาชิกเกี่ยวกับโครงการธนาคารหมู่บ้าน และมูลนิธิเองก็ได้มีโอกาสสอบถามเกี่ยวกับแผนแม่บทที่ทางแบงก์ชาติกำลังร่างอยู่ที่จะมีผลต่อองค์กรที่จะดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในอนาคต





10.11.09

 

การประชุมสมาชิกสตรีประจำปี 2552


มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตได้จัดการประชุมประจำปีขึ้น ในวันที่ 31 ตุลาคม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 87 คน ที่เป็นตัวแทนสตรีในแต่ละธนาคารหมู่บ้านจากอำเภอพร้าว แม่แตง แม่วาง แม่แจ่ม จอมทอง และอำเภอสันกำแพง


การประชุมช่วงเช้าได้จัดขึ้นที่ห้องประชุมโรงเรียนนานาชาตินครพายัพ โดยมีวิทยากรจากกรุงเทพ ฯ คุณสุทัต จิตมั่นคงสุข รองประธานกรรมการธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ อาสามาบรรยายในหัวข้อ การเงินส่วนบุคคล (Personal finance) ให้กับสมาชิกของเรา นอกจากนั้นคุณสุทัต ท่านเป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับทางด่านการเงินในมหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย และท่านเป็นหนึ่งของนักวางแผนการเงินที่ผ่านการรับรองในประเทศไทย สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้รู้สึกประทับใจในการแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนการเงินของท่านมาก

ช่วงบ่ายของวันนี้ได้มีการศึกษาดูงานที่อำเภอดอยสะเก็ด บ้านของคุณสุรชัย ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องเศษรฐกิจพอเพียง ในพื้นที 5 ไร่ของเขา และสามารถทำเกษตรได้หลายอย่าง ทั้งปลูกข้าว เลี้ยงกบ หมู บ่อปลา ในพื้นที่เดียวกัน แล้วได้ผลผลิตเป็นอย่างดี

8.10.09

 

การขยายโครงการในเดือนกันยายน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ทางโครงการไมโครเครดิตภาคเหนือแห่งประเทศไทย ได้ขยายการบริการไปยังอำเภอสันกำแพง
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำอาชีพเกษตรกรอยู่ในบางพื้นที่ของอำเภอ ปัจจุบันโครงการไมโครเครดิตภาคเหนือแห่งประเทศไทยได้ช่วยจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านใน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านดอนมูล และบ้านใหม่พัฒนา โดยใช้เงินทุนสนับสนุนเป็นจำนวนทั้งหมด 165 000 บาท

บ้านใหม่พัฒนา

บ้านดอนมูล

23.9.09

 
PRESS RELEASE
( 23 กันยายน 2552 )
มูลนิธิแรกที่เริ่มทดลองกฏหมายการดำเนินงานธุรกิจไมโครไฟแนนซ์

ประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทยว่ากฏหมายใหม่จะมีการสนับสนุนในอตุสาหกรรมไมโครโครไฟแนนซ์ในประเทศ ซึ่งจะมีการทดลองใช้กฏหมายนี้โดยมูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิต ที่พยายามจะเปลี่ยนโครงการไมโครไฟแนนซ์ของมูลนิธิมาดำเนินงานในรูปแบบบริษัทให้สินเชื่อขนาดเล็ก
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น กัมพูชา ที่ผ่านมาอุตสากรรมไมโครไฟแนนซ์ได้มีการดำเนินงานไปก้าวไกลแล้ว แต่ในขณะที่ประเทศไทยมีกิจกรรมเหล่านี้น้อยอยู่ กฏหมายไทยปัจจุบันเข้มงวดและท้าทายต่อการดำเนินการธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ปัจจุบันมีโครงการไมโครไฟแนนซ์ที่ดำเนินการโดยองค์กรการกุศลไม่กี่แห่ง นอกเหนือจากนั้นก็มีโครงการไมโครไฟแนนซ์ของรัฐบาล เช่น ธกส และธนาคารออมสิน ไม่ใช่เฉพาะกฏหมายเท่านั้นที่เป็นข้อจำกัดต่ออุตสากรรมไมโครไฟแนนซ์ แต่หมู่บ้านในชุมชนชนบทหลายพื้นที่ที่ใช้บริการเงินกู้นอกระบบที่มักจะถูกเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ถึงร้อยละ 20 ต่อวันก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน
เพื่อเป็นการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ธปท ได้ปรับปรุงกฏหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นที่สนใจมากขึ้นในหมู่นักธุรกิจ มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตกำลังพยายามที่จะเป็นองค์กรแรกในการตอบสนองการสนับสนุนกฏหมายดังกล่าวและกำลังดำเนินการขอจดทะเบียนเพื่อดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
ปัจจุบันมูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชิวิตดำเนินโครงการไมโครไฟแนนซ์ ที่ช่วยเหลือหมู่บ้านในชุมชนชนบท โดยการจัดตั้ง ธนาคารหมู่บ้านโดยที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของธนาคารเอง “ธนาคารหมู่บ้าน” เป็นคำที่อธิบายถึงกลุ่มออมเงินที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ที่มีการออมเงินรวมกันในแต่ละเดือน และนำเงินออมที่เก็บรวบรวมได้มาปล่อยกู้คืนให้กับสมาชิกภายในกลุ่มกันเอง เงินกู้ตัวนี้จะเรียกว่า “ เงินกู้ภายใน” แต่เงินภายในนั้นมักจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก กลุ่มธนาคารหมู่บ้านสามารถยื่นขอเงินทุนกู้ยืมเพิ่มเติมได้จากมูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิต เรียกเงินกู้ตัวนี้ว่า “เงินกู้ภายนอก”
เพื่อเป็นวิธีที่ดึงดูดความสนใจในการเพิ่มเงินทุนในโครงการ มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตตั้งใจที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานไมโครไฟแนนซ์ของมูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตมาดำเนินงานในโครงสร้างของบริษัทให้สินเชื่อ Non-Bank Financial Institution บริษัทใหม่นี้จะดำเนินการเพื่อทำกำไร แต่จะยังคงวัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์เพื่อสังคม กำไรที่ได้จากการดำเนินงานของบริษัท จะนำไปบริจาคคืนให้กับมูลนิธิ เพื่อให้มูลนิธิมีเงินทุนในการดำเนินการกุศลโครงการอื่น ๆ ต่อไป
จากกฏหมายปัจจุบัน ถ้าจะมีการเปิดบริษัทสินเชื่อใหม่ จะต้องมีเงินทุนในการขอจดทะเบียน 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินมากเกินกว่าเงินทุนที่มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตมีในปัจุบัน มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิตจึงได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอข้อยกเว้นในการจดทะเบียนโดยไม่ต้องใช้ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพราะบริษัทนี้เป็นบริษัทที่ดำเนินการเพื่อสังคม องค์กรและนักลงทุนเพื่อสังคมต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังรอดูกระบวนการการทำงานของประเทศไทยว่าจะเปิดกว้างในเรื่องไมโครไฟแนนซ์นี้หรือไม่

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
นิตยา เด่นอักษรกุล เจ้าหน้าที่โครงการ
มูลนิธิกองทุนสร้างสรรค์ชีวิต
โทร.089 5558664 หรือ 053 855000

14.7.09

 

ผลการดำเนินงานของโครงการไมโครเครดิต

เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่มีหลายธนาคารหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอแม่แตงและอำเภอพร้าวทำการชำระคืนเงินที่กู้ยืมไป
ผลปรากฏว่าสมาชิกทุกคนทำการชำระคืนเงินกู้ 100% และที่น่ายินดีกว่านี้ บ้านวังแดง หมู่บ้านในอำเภอแม่แตง สมาชิกได้รับดอกเบี้ยเงินออมที่มาออมกับธนาคารหมู่บ้านสูงถึง 60 % และตอนนี้เจ้าหน้าที่ภาคสนามของเราอยู่ในกระบวนการขยายธนาคารหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอฮอดและอำเภอสันกำแพง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสได้ช่วยคนอีกมากมายในอนาคตและนี่เป็นรูปของธนาคารหมู่บ้านบางกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในเดือนนี้


บ้านวังแดง

บ้านทรายทอง

บ้านสหกรณ์

บ้านป่าจี้

19.6.09

 

อัพเดทโครงการ

อาทิตย์นี้เจ้าหน้าที่โครงการไมโครเครดิตได้ไปช่วยธนาคารหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการแล้วที่ครบ 1 ปี ทำบัญชีปันผลคืนให้สมาชิก ผลปรากฏว่าทั้งเจ้าหน้าที่โครงการและสมาชิกของเราต่างรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะหลังจากมีการคำนวณปันผล ปรากฏว่าดอกเบี้ยเงินออมที่สมาชิกได้รับจากการมาออมเงินกับธนาคารหมู่บ้านนั้นสูงถึง 59 เปอร์เซ็นต ซึ่งทำให้สมาชิกมีแรงจูงใจในการออมเงินเพิ่มมากขึ้น และมีชาวบ้านที่อยากเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น และจึงทำให้เจ้าหน้าที่พลอยรู้สึกดีไปด้วย เราหวังว่าอนาคตเราคงจะได้ช่วยชุมชนได้เพิ่มมากขึ้น

บ้านม่วงคำเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่พึ่งทำการปันผลคืนให้สมาชิกและจำนวนเงินปันผลนั้นเป็นที่พอใจของสมาชิกทุกคน


30.4.09

 

เมษายน

เดือนเมษายนนี้ถือว่าเป็นเดือนที่ดีมากสำหรับเรา ถึงแม้ว่าเราจะมีวันหยุดหลายวันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เจ้าหน้าที่ของเราสามารถเพิ่มสมาชิกในเดือนนี้ได้ถึง 32 % และตอนนี้เรามีสมาชิกทั้งหมด 764 คน ใน 31 หมู่บ้าน เงินทุนที่เราให้สมาชิกกู้ยืมเพิ่มจาก 2.7ล้านบาทเป็น3.5ล้านบาท


เมื่อเราดูตารางในเดือนพฤษภาคม แลมิถุนายนแล้ว เรารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะหมู่บ้านที่อยู่ในช่วงกระบวนการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้าน มีถึง 24 หมู่บ้าน ซึ่งหมายความว่าเราจะมีสมาชิกเกือบ 2 เท่าในอีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า และที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือ ใน 24 หมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่ใหม่ที่เราทำงานด้วย และในพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นทีที่ชาวเขาอาศัยอยู่และเป็นชุมชนที่จน

และเรายังมีข่าวที่น่าตื่นเต้นที่องค์กรในเครือของเราที่ประเทศแคนาดาได้รับการอนุมัติให้เป็นมูลนิธจากรัฐบาลแคนาดาแล้ว ซึ่งจะทำให้ผู้บริจาคจากแคนาดาของเราจะได้รับการลดหย่อนภาษีในการบริจาคของเขา เราตื่นเต้นมากเนื่องจากว่ามีนักลงทุนเพื่อสังคมหลายกลุ่มที่สนใจอยากร่วมงานกับเรา ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ชอบและอยากจะขยายการทำงานของเขาเข้ามาในประเทศไทย

This page is powered by Blogger. Isn't yours?