28.5.07
อาสาสมัคร
เมื่อวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิได้มีอาสาสมัครชาวต่างชาติเข้ามาช่วยมูลนิธิทำงาน 1 ท่าน ชื่อคุณโอเลอร์ เป็นชาวเดนมาร์ก ซึ่งนับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว เขาจะมาช่วยทำให้องค์กรของเรามีระบบการทำงานที่ง่ายขึ้น นับได้ว่าเขาเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับ micro finance อย่างมาก เพราะเขาได้ศึกษาในเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ ถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้บุคคลากรที่เหมาะสมเข้ามาช่วยทำงาน
9.5.07
คนจนกับอัตราดอกเบี้ย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีนักวิจัยผู้หนึ่ง ชื่อคุณ โอเลย์ จากประเทศเดนมาร์กผมได้คุยและสนทนากับเขาถึงองค์กรอื่นๆ ในประเทศเม็กซิโก องค์กรไมโคเครดิตสำหรับชาวเม็กซิกัน มีผู้เข้าร่วมมากถึง 600000 กว่าคน อัตราดอกเบี้ยของพวกเขาอยู่ที่ 100% ผมไม่เข้าใจว่าองค์กรที่บอกว่าตนเองเป็นองค์ที่อุทิศตนช่วยเหลือคนยากจน แต่ทำไมถึงเก็บดอกเบี้ยจากคนเหล่านั้นสูงมาก คุณโอเลย์ได้อธิบายถึงความคิดที่แตกต่างของสองโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนหนึ่งเชื่อว่า ไมโคเครดิต ควรจะเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ เพราะจะได้ช่วยเหลือคนจนเพิ่มขึ้น พวกเขาคิดว่าการหาผลประโยชน์จากการเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูง จากคนจนๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม ในขณะที่คุณบอกว่าคุณต้องการช่วยเหลือคนจน อีกความคิดเห็นหนึ่งบอกว่า ดอกเบี้ยสูงทำให้มีต้นทุนและเงินในการลงทุนที่จะก่อให้เกิดรายได้สูง เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าองค์กรของพวกเขาสามารถช่วยเหลือคนจนได้มากขึ้น แม้ว่าดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม พวกเขาคิดว่าถ้าการเก็บดอกเบี้ยของพวกเขาสูง แต่ทำไมคนจนเหล่านี้ถึงเลือกที่จะขอยืมเงินจากองค์กรของพวกเขา ในเมื่อมีคนต้องการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเก็บดอกเบี้ยที่สูงยังเป็นประโยชน์ต่อคนจน ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกเพียงทางเลือกเดียวที่พวกเขาทำได้
จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผมประหลาดใจอย่างมากทีเดียว เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยขององค์กรเราเมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นๆ เรามี 2 โปรแกรม โปรแกรมแรก อัตรา 1.1เปอร์เซ็น ต่อเดือน สำหรับการเกษตร และ 15 เปอร์เซ็น ต่อปี สำหรับการค้า และเรายังมีเงินคืนให้กับกลุ่มที่มีการชำระเงินคืนที่ดี สูงสุดถึง 50% เปรียบเทียบดูระหว่างองค์กรอื่นๆ ข้างล่างน้ (ข้อมูลจาก CGAP (ให้ข้อมูลโดย คุณโอเลย์)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประจำปี สถาบันการเงิน
อินโดนีเซีย 28-63%
กัมพูชา ประมาณ 45%
อินเดีย 20-40%
ฟิลิปปิน 60-80%
บังกลาเทศ 20-35%
จากความแตกต่าง ผมสามารถมองเห็นได้ว่า องค์กรของเราให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำมาก
เราควรจะเก็บดอกเบี้ยสูงขึ้นดีหรือไม่? แน่นอน ผมคิดว่าเราจำเป็นไหมที่ปรับดอกเบี้ยให้สูง? บางทีอาจจะไม่ อย่างไรก็ตามเราก็อาจจะเก็บไว้เพื่อเป็นความรู้และเป็นข้อมูลต่อองค์กรต่อไป
จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผมประหลาดใจอย่างมากทีเดียว เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยขององค์กรเราเมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นๆ เรามี 2 โปรแกรม โปรแกรมแรก อัตรา 1.1เปอร์เซ็น ต่อเดือน สำหรับการเกษตร และ 15 เปอร์เซ็น ต่อปี สำหรับการค้า และเรายังมีเงินคืนให้กับกลุ่มที่มีการชำระเงินคืนที่ดี สูงสุดถึง 50% เปรียบเทียบดูระหว่างองค์กรอื่นๆ ข้างล่างน้ (ข้อมูลจาก CGAP (ให้ข้อมูลโดย คุณโอเลย์)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประจำปี สถาบันการเงิน
อินโดนีเซีย 28-63%
กัมพูชา ประมาณ 45%
อินเดีย 20-40%
ฟิลิปปิน 60-80%
บังกลาเทศ 20-35%
จากความแตกต่าง ผมสามารถมองเห็นได้ว่า องค์กรของเราให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำมาก
เราควรจะเก็บดอกเบี้ยสูงขึ้นดีหรือไม่? แน่นอน ผมคิดว่าเราจำเป็นไหมที่ปรับดอกเบี้ยให้สูง? บางทีอาจจะไม่ อย่างไรก็ตามเราก็อาจจะเก็บไว้เพื่อเป็นความรู้และเป็นข้อมูลต่อองค์กรต่อไป
2.5.07
การชำระเงิน
สำหรับเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นเดือนที่กลุ่มมีการติดขัดในเรื่องของการชำระเงินคืน เหตุผลมาจากในช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย หลายกลุ่มจึงประสบปัญหาการชำระเงิน หรือชำระเงินล่าช้า เพราะอาจจะนำเงินไปสังสรรค์และฉลองปีใหม่ แต่กลุ่มอื่นๆ ก็สามารถชำระได้ตามปกติ ตรงนี้คงจะเป็นเรื่องของการคาดการณ์หรือการวางแผนการชำระเงินไว้ล่วงหน้า เพราะถ้ากลุ่มมีการเตรียมการไว้แล้ว ว่าเดือนนี้จะต้องใช้เงินเยอะ ก็ควรจะมีการจัดระบบและประชุมกับกลุ่มเพื่อปรึกษากัน เพื่อให้กลุ่มมีการชำระเงินโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ไม่ว่าจะมีเทศกาลใดๆ ก็ตาม เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ก็จะมีปัญหาทุกครั้งเมื่อมีเทศกาลเกิดขึ้น เพราะนั้นไม่ใช่ข้ออ้างที่เหมาะสมเลย







